20 April 2008

Secret Operation Team

อ่านบทความเรื่องคดีทุจริตของประธาน Samsung แล้ว ติดใจเรื่องหน่วยงาน "ลับ" ของประธาน Samsung

Strategic Planning Office (SPO)
  • the chairman once described as Samsung's "control tower,"
  • occupies two floors right below Lee's penthouse suite at Seoul headquarters.
  • All 99 SPO staff are technically employees of Samsung affiliates, which pays their salaries,
  • Putting on the chairman's coat of armor, they monopolize power as far as finance, personnel, and auditing are concerned
  • the SPO isn't accountable to investors because it isn't even a legal entity
ในองค์กรขนาดใหญ่ระดับนั้น นี่เป็นตัวอย่างของ functional team ตามตำราบริหารธุรกิจ แต่ดันเอาไปทำงานลับของประธาน (เท่ดี) เหมือนนินจาเงาของโชกุน อะไรทำนองนี้

ที่มา - Business Week

17 April 2008

ที่จอดรถ (again)

เคยบ่นเรื่องที่จอดรถไว้ วันนี้คุยกับเพื่อนสนิท เพื่อนเล่าว่าจะยื่นใบลาออกสิ้นเดือนนี้ เพราะที่จอดรถของบริษัทลดลง (เค้าเอาที่ไปสร้างอะไรสักอย่าง) ทำให้ต้องแย่งที่จอดในหมู่ตึกแถวนั้นกันมากขึ้น

เหมือนในบล็อกอันก่อน เรื่องที่จอดรถเป็นอะไรที่ซีเรียสมากๆ (และคนไม่มีรถจะไม่เข้าใจ) ถ้าที่จอดรถมีปัญหา ต้องใช้ความพยายามสูงเป็นพิเศษ เช่น ต้องมาเช้ามากๆ เพื่อชิงที่จอด หรือบางวันอาจซวย มาถึงแล้วไม่มีที่จอด ฯลฯ สมาธิในการทำงานจะสูญเสียไป เพราะต้องมาพะวงว่ารถเราจะเป็นยังไงบ้าง ถ้าจอดแบบเสียเงินแพงๆ จะโดนค่าจอดไปอีกเท่าไร

ที่น่าเศร้ายิ่งกว่า คือผู้บริหารมักมองไม่เห็นความสำคัญ (เพราะมีที่จอดรถช่องประจำ) และมักแก้ปัญหาด้วยการบอกว่า "คุณก็อย่าเอารถมาทำงานสิ" ซึ่งเป็นคำตอบที่ฟังแล้วอยากกระโดดถีบหน้ามาก

ผมมาลองคิดๆ ดูว่า ถ้าผมอยู่ในฐานะเดียวกันกับเพื่อนคนนั้น ผมจะทำอย่างไร ซึ่งคำตอบก็คงเป็น "ลาออก" เหมือนกัน คือมันเสียสุขภาพจิตมากๆ ถ้าต้องมาเผชิญกับภาวะช่วงชิงที่จอดรถทุกวัน

ในมุมมองขององค์กรแล้ว มันเป็นเรื่องน่าเขกกะโหลกที่เสียทรัพยากรบุคคลไป ด้วยเหตุผลว่าผู้บริหารไม่สนใจ/ไม่ลงทุนในเรื่องที่จอดรถ คือถ้าเป็นผมแล้วจะทำทุกอย่าง (เช่น ยอมจ่ายค่าที่จอดแพงกว่า บ.​อื่นอีกเท่าตัว) เพื่อชิงที่จอดรถมาให้พนักงานของเรา

07 April 2008

11 Innovation Lessons From the Creators of World of Warcraft

11 Innovation Lessons From the Creators of World of Warcraft

เจอจาก Slashdot เป็น best practice ในการจัดการ/ยุทธศาสตร์ของ Blizzard ซึ่งก็ไม่มีอะไรใหม่ (ถ้าเทียบกับหลักบริหารยุคใหม่ทั่วไป) เพียงแต่น่าสนใจตรงตัวอย่างประกอบนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ของ Blizzard ซึ่งถือว่าเป็น "ค่ายสำนักไร้พ่าย" ของวงการเกมพีซี เลยยกมาจดเก็บไว้
  1. Rely on Critics - รับฟังความคิดเห็นจากคนนอกเยอะๆ เพราะจะทำให้มุมมองกว้างขึ้น เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นเกมหรือ webapp ก็ใช้วิธีนี้กันหมด คือออก beta (closed,opened) เยอะๆ แล้วฟังความเห็นของพวก early adopters
  2. Use your own products - ตรงกับหลักการพัฒนาซอฟต์แวร์ Eat Your Own Dogfood ซึ่งจะว่าไปมันเป็นการ QC คุณภาพแบบอ้อมๆ คือ โปรแกรมต้องดีในระดับที่ตัวผู้พัฒนาเองยังอยากใช้ ถึงจะพอเอาไปให้คนอื่นใช้ได้
  3. Make Continual Improvements - ตรงกับหลัก Release Early, Release Often ของโอเพนซอร์สเลย
  4. Go back to the drawing board - กล้าที่จะยกเลิกผลิตภัณฑ์ที่ดีไม่จริงทิ้ง โดยไม่ต้องเสียดายแรงงานหรือทรัพยากรที่ลงทุนไป (เพราะมันดีไม่พอ) เอางานคุณภาพแล้วกินยาวๆ ดีกว่า
  5. Design for Different Kinds of Customers - ทุกวันนี้จะทำอะไรต้องมองตลาดโลก ซึ่งมีวัฒนธรรมหรือวิธีคิดต่างกัน ตัวอย่างที่เค้ายกมาคือ WoW ที่เอาพฤติกรรมของนักเล่นเกมฝั่งเอเชีย (ซึ่งเล่นเกมที่ร้าน ต่างจากฝรั่งเล่นที่บ้าน) ทำให้ระบบของ WoW ต้องเตรียมรับไว้ตั้งแต่ต้น
  6. The Important of Frequent Failures - อันนี้หลักยอดนิยม ล้มเร็ว ลุกเร็ว ถ้าพูดให้เป็นวิทยาศาสตร์ก็คือเพิ่มโอกาสในการลองให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยใช้ต้นทุนน้อยสุด
  7. Move Quickly, in Pieces - ใช้หลัก rapid prototyping และการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบใหม่ๆ เช่น Agile โดยเลิกวิธีคิดแบบ Waterfall
  8. Statistic Bolster Experiences - ใช้ข้อมูลสถิติมาประกอบการตัดสินใจ พูดง่ายๆ คือใช้เหตุผลที่จับต้องได้ อย่าใช้อารมณ์หรือคิดไปเอง
  9. Demand Excellence - คาดหวังและเข้มงวดกับคุณภาพให้เยอะๆ แล้วงานจริงที่ออกมา มันจะดีกว่าคาดหวังในระดับกลางๆ
  10. Create a New Type of Products - แทนที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ในตลาดที่มีอยู่แล้ว ก็สร้างตลาดใหม่ขึ้นมา เพื่อว่าเราจะได้เป็นผู้กำหนดเกมเอง
  11. Offer Employees Something Extra - หลักการจัดการคน คือกลุ่มพนักงานไฮเทคเนี่ย เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เป็นประสบการณ์ในการทำงานที่ตัวเองชอบ (แล้วได้ตัง) ต่างหาก