04 May 2008

Information Management for the Intelligent Organization #2

ต่อจาก ตอนแรก

เราพอได้ภาพรวมว่า องค์กรถือเป็นระบบเปิด (open system) ที่บริโภคข่าวสาร ทรัพยากร พลังงานจากสภาพแวดล้อม แล้วเปลี่ยน (transform) ทรัพยากรเหล่านี้ให้ออกมาเป็นความรู้ กระบวนการ หรือโครงสร้างองค์กร ที่ทำหน้าที่ผลิต (produce) สินค้าและบริหาร ซึ่งส่งออกไปให้สภาพแวดล้อมภายนอก บริโภค (consume) อีกที

จึงมีคนศึกษาเรื่องของสารสนเทศในองค์กร (organizational intelligence) ว่ามีพฤติกรรมหรือนิยามอย่างไร ซึ่งแต่ละยุคสมัยก็มองต่างกันไป

Wilensky (1967) มองว่า
  • สารสนเทศ (information) ไม่ใช่เป็นจุดกำเนิดของอำนาจ (source of power) เท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งความสับสน (source of confusion) ตัวอย่างคือภาวะ information overload
  • ความล้มเหลวของ organizational intelligence อาจมาจากกระบวนการ วิธีคิด หรือโครงสร้างขององค์กร ที่สกัดการไหลของสารสนเทศ (blockage) หรือทำให้ข้อมูลเพี้ยนไป (distortion)
  • หน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อยของสารสนเทศในองค์กร เป็นของผู้จัดการ และ information specialist
March and Olsen (1979) มองว่า organizational intelligence ประกอบด้วย 2 ส่วน
  • rational calculation - ทางเลือกที่หวังในอนาคต (มองไปข้างหน้า)
  • learning from experience - ประสบการณ์-ความรู้เก่าก่อน (แลไปข้างหลัง)
  • ยิ่งเรารู้ข้อจำกัดของ rational calculation เรายิ่งใช้ learning from experience มากขึ้น
Quinn (1979) มองว่า intelligent enterprise คือบริษัทที่จัดการกับสารสนเทศ เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับทรัพยากรทางปัญญา มากกว่าทรัพยากรทางกายภาพ ทรัพยากรทางปัญญานั้นสามารถนำเอา IT มาใช้เพื่อให้ outsource งานบางส่วนให้คนนอก แล้วโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ถนัดได้

Haeckel and Nolan (1993) เสนอไอเดียของ IQ องค์กร (organization's intelligence quotient) ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนย่อย
  • ความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศ (connecting) - เชื่อมต่อแหล่งข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อให้ผู้ใช้ที่เหมาะสม (right user) สามารถใช้งานได้ถูกที่ถูกเวลา (right time, right place)
  • ความสามารถในการเชื่อมโยงและแชร์สารสนเทศ (sharing) - แชร์ข้อมูล และการแปลความข้อมูลของตัวเองไปยังองค์กร
  • ความสามารถในการสกัดความหมายออกจากสารสนเทศ (structuring) - จับคู่หรือหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลหลายๆ แหล่ง เพื่อหาแพทเทิร์นหรือเทร็นด์ --- วิธีที่ช่วยคือการสร้างข้อมูลของข้อมูล (information about information) --- Haeckel and Nolan มองว่าข้อ 3 นี้สำคัญที่สุด
Gregory (1981) มองว่า intelligence มีสองความหมาย
  • การจัดหาความรู้ (possession of knowledge) คือการสร้างคลังความรู้ (pool of knowledge) ที่เรียกใช้ได้ยามเกิดปัญหา
  • การสร้างความรู้ (creation of knowledge) การสร้างความรู้ใหม่ในกรณที่ความรู้เดิมๆ ใช้แก้ปัญหาไม่ได้

No comments: