26 November 2007

What is HR job?

สิ่งที่นักศึกษาจบใหม่เริ่มทำงานได้ไม่ถึงปีมักเอามาคุยกัน ก็คือสภาพแวดล้อมในการทำงานว่าของใครเป็นอย่างไร นำมาเปรียบเทียบกัน ใครเงินเดือนเยอะน้อย ใครสวัสดิการดีกว่าใคร

แต่ปัญหาที่ทุกคนพบบ่อยๆ คือ HR ส่วนมากมักจะห่วย

ผมเคยมีประสบการณ์อันเลวร้ายกับระบบ HR

สมัยเรียนจบใหม่ๆ ไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทไอทีระดับโลกแห่งหนึ่ง ไปตามเวลานัดบ่ายโมง แต่ได้เริ่มสัมภาษณ์ตอนบ่ายสาม (แถมสัมภาษณ์กับผู้จัดการ ไม่ใช่ HR) เนื่องจากว่าวันนั้นที่แผนกของบริษัทนั้นมีเลี้ยงตอนกลางวัน และ HR ลืมนัด ไปร่วมงานเลี้ยงเฉยเลย พนักงานประชาสัมพันธ์ที่ด้านล่างของตึกก็ไม่สามารถติดต่อใครในแผนกนั้นได้เพราะเค้าไปเลี้ยงกันที่แผนกอื่น

หลังจากสัมภาษณ์วันนั้นเรื่องก็เงียบไปกับสายลม ผมได้งานที่อื่นไปเรียบร้อย (และถ้าถามตอนนี้ก็ตอบได้ทันทีว่าคิดไม่ผิดที่เลือกที่นี่) สามเดือนถัดมาระหว่างที่เดินสยามอยู่ ก็มีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามา ปรากฎว่าเป็นผู้จัดการที่สัมภาษณ์โทรมาถามว่ายังสนใจงานอยู่หรือไม่ และให้เหตุผลของความล่าช้าว่า "เพิ่งสัมภาษณ์ครบ (และคุณผ่าน)"

ผมไม่แน่ใจ (และไม่มีทางรู้) ว่าความล่าช้านี้ เกิดจากคุณ HR คนเดิมหรือเปล่า

วันนี้เพื่อนคนหนึ่งกำลังสัมภาษณ์งาน และมีปัญหาแบบเดียวกันคือ HR งี่เง่า ทำท่าว่าจะไม่ได้ทำงานที่นี่ (ทั้งๆ ที่ได้รับ job offer จากตัวผู้จัดการเอง และเป็น offer ที่น่าสนใจทีเดียว)

ปัญหาที่พบซ้ำๆ แบบนี้ ทำให้ผมเกิดคำถามว่า "ทำไม HR ถึงมักจะห่วย"​ และถามต่อไปยังคำถามที่อยู่สูงกว่าว่า "หน้าที่ของ HR คืออะไรกันแน่"

ในมโนทัศน์ของเรา งานของ HR ก็น่าจะเป็นโทรศัพท์นัดสัมภาษณ์งาน เก็บ profile ฯลฯ ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆ แล้วมันก็เป็นงานเลขาที่(ไม่เห็นว่า)ต้องใช้ทักษะอะไร

ถ้าในความเป็นจริงแล้วงานมันมีแค่นี้จริงๆ ดังนั้นเราก็สามารถสรุปได้ว่างานของ HR คือการดึงทรัพยากรเข้ามาในองค์กร เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันขององค์กร (ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ในยุคที่มันแข่งกันดุแบบนี้) ถ้าคำตอบนี้ถูก ผมก็สามารถสรุปต่อได้ว่าที่บริษัทหลายๆ แห่งมีปัญหา ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นเพราะ HR นั่นเอง ผู้บริหารควรใส่ใจงาน HR ให้มากกว่านี้หลายเท่า (ผู้บริหารมักโดนบดบังความสำคัญด้วยตัวเลขทางการเงิน เลยไปสนใจกับฝ่ายการเงินเสียมากกว่า)

อย่างไรก็ตาม ผมเคยคุยกับ HR (ที่ไม่ห่วย) ในบริษัท ก็พบว่างานอย่างหนึ่งของ HR ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนคือบริหารทรัพยากรคนในองค์กร เช่นว่าส่งไปเทรนนิ่ง วางแผนให้ว่าอีกสามปีห้าปีจะไปทำอะไรบ้าง ซึ่งมันก็เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลดี อีกตัวอย่างหนึ่งที่เคยเห็นก็คือการปรับผังโครงสร้างองค์กร จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญของฝ่าย HR (ซึ่งในฐานะคนนอก ผมก็ไม่รู้ว่าเชี่ยวชาญยังไง) ตัวอย่างพวกนี้มันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นบ้างว่า HR เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่งานเลขาเพียงอย่างเดียว (แถมทำห่วยด้วย)

แต่ก็มีคำถามต่อได้เรื่อยๆ อย่างในกรณีนี้ เราสามารถถามต่อได้ว่า ระหว่างการดึงทรัพยากรภายนอกเข้ามา กับบริหารทรัพยากรภายในให้ดี HR ควรทำอะไรมากกว่ากัน

ไว้ตอบคำถามเหล่านี้ได้ จะมาเขียนตอบตัวเอง

1 comment:

PoomK said...

ช่วงที่ผมเรียนปริญญาตรีด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผมก็เคยได้ไปฝึกงานที่บริษัทระดับโลกแห่งหนึ่งเหมือนกัน และเรื่องที่น่าสนใจคือ ผมได้ไปฝึกงานในแผนก HR ซะด้วย

สาเหตุที่ได้ไปฝึกงานในนั้นก็ไม่ใช่เพราะอะไร นอกจากการที่มีการ "เข้าใจผิด" ผู้จัดการแผนกนี้ต้องการผู้มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อพัฒนาการใช้งานระบบ IT ในแผนก ส่วนพนักงาน HR ที่ดูแลส่วนนิสิตฝึกงานคิดว่านั่นหมายถึงวิศวกรคอมพิวเตอร์

งานที่ได้ทำระหว่างฝึกงานก็แน่นอนว่างี่เง่า ผมเคยคิดว่าการเขียนเว็บนั้นมันไม่ตรงสายแล้ว แต่ผมก็ได้พบกับความอัศจรรย์ เพราะที่ผมต้องทำคือการเว็บดีไซน์ และออกแบบโลโก้ของแผนก (ไม่รู้ว่าเค้าเอาไปใช้จริงๆรึเปล่า)

อย่างเดียวที่แผนกนั้นสอนผมก็คือ การเรียนรู้ที่จะตามใจผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ฝึกงานที่นั่นผมได้เห็นการทำงานของเขา ที่ส่วนใหญ่นั้นทำเกี่ยวกับด้านการดูแลพนักงานบริษัททุกคน มีการเทรนภาษา และการอบรมเรื่องสิทธิ์และสวัสดิการที่พนักงานพึงจะได้ ทำเรื่องต่างๆเกี่ยวกับสัญญาและกฏหมายระหว่างพนักงานและบริษัท

ผมว่างานที่หนักที่สุดของ HR ไม่ใช่การรับคน แต่เป็นการดูแลจัดการพนักงานของตน ส่วนการรับพนักงานนัั้นอาจไม่ใช่หน้าที่ของ HR เต็มๆเพราะหลายๆครั้งนั้นผู้บริหารมักจะเป็นคนป้อนมาให้ และสั่งให้ HR ช่วยจัดการเอกสารและสัญญาต่างๆ

บางทีก็เรียกคนที่ถูกรับโดยวิธีนี้ว่าเด็กเส้น บางทีก็เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ

ผมคิดว่าน่าที่ของ HR โดยรวมน่าจะอยู่ที่การช่วยเหลือผู้บริการในการบริหารพนักงาน รวมถึงการรับและเลิกจ้าง ถ้าปัญหาเกิดขึ้นที่การรับสมัคร บางทีมันก็เป้นเพราะผู้บริหารไม่สนใจเองก็ได้