24 November 2007

Substitution Product - Thai ISP Case

อ่านบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร ANET ที่ไทยรัฐออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์ของธุรกิจ ISP ในปัจจุบัน แล้วนึกถึง 5 forces analysis ของ Micheal Porter ขึ้นมาทันใด (เคยเขียนเรื่องนี้ไว้) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Substitution Products หรือผลิตภัณฑ์ทดแทน

ในธุรกิจ ISP เรารู้กันดีกว่าการเชื่อมต่อแบบ DSL กำลังเข้ามาแทนตลาด Dial-up ที่เคยใช้มาแต่เดิม (ไม่ว่าที่ไหนในโลก) เพียงแต่ในกรณีของเมืองไทย จุดต่างก็เหมือนที่ผู้บริหารของ ANET ชี้ไว้ว่า Dial-up นั้นไม่ยึดติดกับเครือข่ายโทรศัพท์ของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง แต่สำหรับ DSL มันไม่ใช่อย่างนั้น

ในเมืองไทยมีเจ้าของเครือข่าย landline อยู่แค่ 3 รายคือ True, TOT และ TT&T ซึ่งทั้งสามรายก็ประกอบธุรกิจ ISP ด้วย ดังนั้น ISP รายอื่นๆ ที่มีธุรกิจไม่ครบวงจรเท่าสามรายนี้ ก็ต้องดิ้นรนกันสุดชีวิต เพราะกำลังโดน Substitution product เข้ามาเบียด แต่ตัวเองไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันได้ ด้วยเหตุผลด้านการลงทุนใน infrastructure ที่ไม่คุ้มค่า

อย่างไรก็ตาม ความหวังของกลุ่ม ISP เหล่านี้ก็ยังมี เพราะ substitution product ตัวใหม่ที่พอชดเชยกันได้อย่าง WiMAX กำลังจะมา ซึ่งเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายในการลงทุนกันแล้ว WiMAX ถูกกว่าการวาง landline ใหม่มากๆ เมื่อคิดเทียบ coverage area เท่ากัน

(แต่ WiMAX ก็โดนสกัดดาวรุ่งอยู่ด้วยความโลเลของ กทช)

substitution product อีกตัวที่เป็นไปได้ อาจต้องดูข่าวนี้ใน Blognone ว่า DSL เริ่มไม่พอใช้ อาจถึงเวลาของไฟเบอร์ออปติกเข้าถึงห้องนอน

No comments: