26 October 2007

Strategy Safari #1 - Design School

บล็อกที่เกี่ยวข้อง: Introduction, แสดงทุกบล็อกในแท็ก Strategy Safari

Design School

สำนักแรกสุดชื่อว่า Design School โดยมอง strategy เหมือนเป็น "Process of Conception" ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1957 โดยประมาณ และกลายเป็นพื้นฐานวิธีคิดของเหล่า strategist สำนักอื่นๆ ต่อมา

บุคคลสำคัญ/หนังสือสำคัญ
  • Philip Selznick - Leadership in Administration 1957
  • Alfred Chandler - Strategy and Structure 1962
  • Havard Business School (Kenneth Andrews) - Business Policy: Text and Cases 1965

ไอเดียหลักของสำนักนี้คือ SWOT (Strength, Weakness, Opportunity, Threat) ที่หลายคนคงคุ้นเคย ถ้าเราใช้หลักของสำนักนี้มาจับ จะสามารถแยกองค์ประกอบของ SWOT ได้เป็น 2 พวก
  • ปัจจัยภายใน (internal) - Strength (+), Weakness (-)
  • ปัจจัยภายนอก (external) - Opportunity (+), Threat (-)
เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยทั้ง 4 ได้แล้ว ก็นำไปสู่การสร้าง strategy ที่เหมาะสมกับองค์กร (ซึ่งไม่ชี้ชัดว่าสร้างอย่างไร) จากนั้นพอได้แผนยุทธศาสตร์ (strategy) แล้วก็ลงมือปฏิบัติ (implement) ต่อไป

ไอเดียประกอบอื่นๆ มีดังนี้
  • ผู้รับผิดชอบการสร้าง strategy คือผู้บริหารสูงสุดขององค์กร เท่านั้น
  • ตอนคิด strategy อาจมีได้หลายทางเลือก แต่สุดท้ายแล้วจะมีแค่ strategy ที่ดีท่ีสุดที่ถูกเลือกใช้ (best result)
  • แบ่งแยกขั้นตอนระหว่างการสร้าง strategy กับการลงมือ implement ชัดเจน
  • strategy ของสำนักนี้ต้อง simple และ explicit
คำวิจารณ์
  • strategy ที่ได้จะกลายเป็นแผนการแข็งๆ ไม่พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง (หลังจากคิด strategy เสร็จแล้ว อาจมีเหตุพลิกผันได้)
  • โครงสร้างองค์กรจะยึดตาม strategy ที่คิดไว้เสมอ (เป็น waterfall ไม่มี iteration)
  • แยกกระบวนการสร้างกับการลงมือทำออกจากกัน เป็นวิธีคิดแบบแยกส่วน หรือ detaching
สรุป
  • วิธีคิดแบบ Design School เป็นการ over simplify สภาพแวดล้อมมากไปนิด มันยังใช้ได้อยู่ในภาวะดังนี้
    • ผู้บริหารสูงสุดรู้ทุกอย่าง
    • สถานการณ์ภายนอกค่อนข้างเสถียร (stable) คาดเดาล่วงหน้าได้ (predictable) ไอ้ประเภทอยู่ๆ มีรถถังออกมาวิ่งเล่นนี่ใช้กับสำนักนี้ไม่ได้
    • คนในองค์กรต้องพร้อมปฏิบัติตาม strategy ที่คิดโดยผู้บริหารสูง (เนื่องจากว่าไม่มีส่วนร่วมกับการคิดแผน ดังนั้นมีโอกาสจะต่อต้านเยอะ องค์กรนั้นต้องมีบุคคลิกแบบเชื่อฟังคำสั่งจึงจะสำเร็จ)
  • จะเห็นว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่เป็นไปได้ยากมากในปัจจุบัน
  • สรุปว่า Design School มีคนใช้น้อยมากแล้ว เรียนไว้เป็นพื้นฐานเฉยๆ

No comments: