05 August 2007

Depth of Organization Chart

อาทิตย์ก่อนเจอเพื่อนเก่า ตอนนี้อยู่เครือ SCG

เพื่อนเล่าว่า SCG ได้ทำการ modernize มาซักระยะแล้ว โครงสร้างองค์กรเป็น flat ปัจจุบันมันอยู่ห่างจากกรรมการผู้จัดการแค่ 4 hop เท่านั้น
  • พนักงานทั่วไป
  • ผู้จัดการ
  • ผู้บริหารระดับสูง (เช่น VP ฝ่ายต่างๆ)
  • กรรมการผู้จัดการ
(ผมว่ามันน้อยไปนิด ไม่รู้เพื่อนมันมั่วหรือเปล่านะ เอาเป็นว่าถูกไว้ก่อนละกัน)

ฟังแล้วเหมือนดีทุกอย่าง ทันสมัย ลำดับขั้นน้อย การทำงานคล่องตัว แต่พอฟังเพื่อนเล่าก็ได้แง่คิดในอีกมุมมอง

เพื่อนมันบอกว่า รุ่นพี่คณะเดียวกันที่เข้าทำงานก่อนหน้า 7-8 ปี เก่งมากๆ ฝีไม้ลายมือสุดยอด ตอนนี้เพิ่งได้เป็นผู้จัดการ เนื่องจากเหตุผลว่าตำแหน่งมีน้อย ดังนั้นการเลื่อนขั้นแต่ละคราว ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 10 ปีถ้าไม่หนีหายไปไหน

เพื่อนยังบอกว่าระดับบริหารส่วนมากของ SCG คือนักเรียนทุนที่เห็นแวว และส่งไปเตรียมตัวเรียนต่อเมืองนอก พวกนี้กลับมาก็สอยตำแหน่งใหญ่ๆ ไปหมดแล้ว

ดังนั้นถ้าเราเป็นคนธรรมดา (ซึ่งมีจำนวนมาก) อยู่ในองค์กรแบบนี้ ไม่ว่าทำงานดีแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยโครงสร้างองค์กร เราก็มีความเป็นไปได้น้อยมากในการขึ้นชั้นไปเป็นระดับสูงๆ หน่อย ซึ่งผลสุดท้ายทำให้เกิดปัญหาสมองไหลของ SCG (เค้าแก้ปัญหาด้วยแรงจูงใจด้านอื่นๆ เช่น ความมั่นคงหรือสวัสดิการ)

ในด้านกลับกัน ผมคุ้นเคยกับองค์กรแบบราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่ตำแหน่งเยอะไปหมด ปีสองปีเลื่อนขั้นที แบบนี้ก็จูงใจพนักงานได้ดี แต่ก็เจอปัญหาด้านลำดับชั้นที่มากมายเช่นกัน

ทางเลือกที่เหมาะสมคงไม่มีอย่างอื่น นอกเสียจาก balance ข้อดีข้อเสียของทั้งสองแนวทาง ให้เหมาะกับองค์กรของเรามากที่สุด (ซึ่งยากเหลือเกิน)

1 comment:

Conductor said...

หัวหน้าแต่ละคน ดูแลลูกน้อง 20 คน -- คือเวลาทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง เจอลูกน้องได้ไม่เกินคนละ 2 ชั่วโมง

กรรมการผู้จัดการ 1 คน
ผู้บริหารระดับสูง 20 คน
ผู้จัดการ 400 คน
พนักงาน 8,000 คน

รวมขนาดขององค์กร 8,421 คน