20 August 2007

ที่จอดรถ

จะเขียนเรื่องนี้หลายรอบแล้วไม่มีโอกาส เผอิญวันนี้ตอบบล็อกคุณ rachanont เรื่องประกันสุขภาพ ไม่ได้ตอบเรื่องประกันสุขภาพโดยตรง แต่ตอบไปว่าอะไรที่อำนวยความสะดวกให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องไปพะวง ใช้เวลากับงานได้เต็มที่ ก็ควรทำ อย่าไปเสียดาย เพราะ hidden benefit ที่ได้กลับมามันเยอะกว่า

สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีหลายอย่าง เช่น ประกันสุขภาพ, อาหารการกิน, สวัสดิการอื่นๆ แต่ที่คนไม่ค่อยพูดถึงกันคือเรื่อง ที่จอดรถ

ทุกวันนี้ผมทำงานในเมือง ถึงแม้จะไม่ใหญ่ย่านใจกลางสุดๆ อย่างสีลมแต่ก็ไม่ด้อยกว่ากันมากนัก เนื่องจากที่ทำงานไกลบ้านมาก (25 โล) และการใช้บริการขนส่งมวลชนก็สุดแสนลำบาก (อย่างต่ำ 3 ต่อ) จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขับรถมาทำงาน

ผมพบว่านอกจากการเดินทางจะมีค่าใช้จ่าย (ค่าน้ำมัน+ทางด่วน) สูงแล้ว การดูแลรถที่จอดไว้เป็นภาระมาก ทั้งในแง่ตัวเงินและความสะดวก

บริษัทไม่มีนโยบายอำนวยความสะดวกด้านที่จอดรถเป็นพิเศษ (คือไม่มี subsidize) ผมจึงเลือกใช้บริการที่จอดรถเอกชนฝั่งตรงข้าม ซึ่งคิดค่าบริการเป็นรายวัน (ไม่แพงนักวันละ 40 บาท) ไม่ว่าจะจอดนานกี่ ชม. ก็คิด 40 บาท

ด้วยข้อจำกัดด้านที่จอดรถแบบนี้ เมื่อจำเป็นต้องไปติดต่องานข้างนอกที่ไหนก็ตาม (ส่วนมากจะแค่ 1-2 ชม. หรืออย่างมากก็ครึ่งวัน) ผมก็แก้ปัญหาโดยการโดดงานมันซะ สมมติว่าธุระเสร็จบ่าย 2 เราจะกลับไปที่ทำงานทำไม กว่าจะฝ่าฟันการจราจรไปถึงออฟฟิศก็แล้ว ยังต้องมาจ่ายค่าที่จอดรถเพิ่มอีก

ลองมาดูตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง

ปกตินาย A มาทำงานโดยใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ต้องเอารถมาทำงาน แต่ช่วงนึงงานเร่งมาก นาย A ต้องอยู่ดึกเป็นพิเศษ เขาจึงขับรถมาทำงานด้วยเหตุผลว่าตอนดึกจะได้กลับบ้านสะดวก ไม่อันตราย แต่เนื่องจากรถของนาย A ไม่ได้ตีทะเบียนเข้าจอดของตึก สิ่งที่นาย A พบหลังจากลงมาจากที่ทำงานตอนเที่ยงคืนก็คือ ค่าจอดรถวันนั้นพุ่งไปถึง 400 บาท

คำถามมีอยู่ว่า ต่อไปนี้นาย A จะอยากทำงานดึกในช่วงที่มีงานเร่งอีกหรือเปล่า ในเมื่อทุ่มเทเพื่อบริษัทแล้วเข้าเนื้อ?

บางคนอาจเถียงว่าบริษัทมีระบบ stamp สำหรับกรณีพิเศษได้ แต่จริงๆ ที่ผมเจอ (กับออฟฟิศอื่น) คือตอน 4-5 ทุ่มไม่มีใคร stamp ให้เราได้ และในบางครั้งเราไม่รู้หรอกว่ามันจำเป็นต้องอยู่ดึกแค่ไหน

ผมเคยไปคุยงานกับสำนักงานแห่งหนึ่งตอนบ่ายสามโมง งานเสร็จ 5 โมง ผู้บริหารของบริษัทนั้นชวนไปกินข้าวเย็นต่อโดยอาศัยรถของเขาไป ที่ร้านอาหารก็ happy คุยกันถึง 4 ทุ่ม นั่งรถพี่คนนั้นกลับมาเอารถตัวเองที่ออฟฟิศของเขา ปรากฎว่าค่าจอดรถ 200 บาท (เพราะพนักงาน reception ไม่รู้ว่าจะอยู่นานขนาดนั้น จึง stamp ให้ไม่ครบ) สุดท้ายแล้วก็ต้องแก้ปัญหาโดยให้ยามคุยโทรศัพท์กับผู้บริหารท่านนั้น แล้วให้ทางสำนักงานมาแก้ปัญหากันเองตอนเช้าวันถัดไป

การอำนวยความสะดวกเรื่องที่จอดรถเป็นการซื้อใจ ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยินดีทำงานถวายหัว ตราบใดที่เขามาทำงานหรือกลับบ้านกี่โมง ค่าจอดรถก็ยังเท่ากัน (จะให้ดีที่สุดก็ไม่ต้องมี บริษัทควร subsidize ไม่ว่าตึกนั้นมันจะหน้าเลือดแค่ไหนก็ตาม)

ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะไม่ทำงานที่ที่ไม่มีนโยบายด้านที่จอดรถที่ดี (มี permanent parking lot และ subsidize) ถึงแม้ว่าข้อเสนออื่นจะเย้ายวนแค่ไหนก็ตาม เทียบกับความพะวักพะวนแล้วมันไม่คุ้มกัน

1 comment:

J said...

เห็นด้วยนะ
ที่ทำงานเก่าจะช่วยออกค่าจอดรถรายเดือนให้พนง. ครึ่งนึง

ส่วนเรื่องทำงานดึก ถ้าหลัง 4 ทุ่มก็เบิกค่า Taxi กลับบ้านได้ (กรณีที่ไม่มีรถ)