21 November 2005

ผิด

เคยซื้อขนมไปฝากสาวเมื่อนานมาแล้ว

เนื่องจากลิ้นค่อนข้างจะจรเข้ เลยเลือกซื้อจากเบเกอรี่ร้านดัง ขนมปังชิ้นเล็กๆ ราคาสี่ห้าสิบก็ซื้อได้ไม่คิดมาก

ตอนจบของเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ขนมชิ้นนั้นไม่ได้เรื่อง และผมไม่เข้าไปซื้ออะไรในร้านนั้นอีกเลย จนวันนี้

เรื่องเล็กๆ อย่างนี้คงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ถ้าเราจะขายของให้แพงกว่าชาวบ้านโดยให้เหตุผลว่ามันมีอะไรบางอย่างดีกว่า เพราะราคาที่คนซื้อจ่ายเราเพื่อซื้อความน่าเชื่อถือนั้น ทำลายความคิดที่จะให้อภัยในหัวของคนซื้อออกไปแล้ว ผมคงซื้อขนมร้านนั้นต่อไป ถ้ามันเป็นเบเกอรี่เล็กๆ หน้าปากซอยที่บังเอิญขนมแบบใหม่มันไม่อร่ิอย คราวหน้าค่อยซื้ออย่างอื่น แต่กับเบเกอรี่มียี่ห้อ แน่นอนว่าผมคาดว่าของที่วางบนชั้นจะถูกตรวจสอบมาหลายชั้นมากกว่าไอเดียบรรเจิดของแม่ครัวคนเดียว

เรื่องนี้เป็นเรื่องของการวางตำแหน่งของสินค้า เราอาจจะวางตัวซอฟท์แวร์เป็นไมโครซอฟท์ก็ได้ มันหาซื้อได้ทั่วไป ราคาธรรมดา ใช้งานได้ เน่าบ้างในบางครั้ง แต่ก็ใช้กันต่อไป แต่หลายเจ้าที่วางตลาดไว้เหนือกว่านั้น เช่นแอปเปิล มันจะไม่มีที่ว่างสำหรับคำว่าอภัย

บางทีตำแหน่งของแบรนด์ไม่ได้บอกตัวมันเองว่ามันดีกว่าหรือแย่กว่า

แต่เป็นเรื่องที่ว่าเราเหมาะกับตรงไหนมากกว่า

07 November 2005

เนี้ยบ

ใช้ของ apple มาหลายตัว มันเนี้ยบตั้งกะฝากล่องถึงข้างใน

อาจเป็นเพราะคนเราจะกลายเป็น perfectionist ยามซื้อของแพง ประมาณว่ากูจ่ายเงินทั้งที ก็ขอของที่ดีที่สุด ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ apple มันดังก็ได้ เมื่อของมัน "ดู" เนี้ยบ และคุณภาพโอเค ชาว perfectionist ทั้งหลาย จึงยอมเสียเงินแพงกว่านิดหน่อยซื้อความสบายใจ

มันเหมือนกับเรายอมจ่ายแพงกว่า ซื้อซีดีเบเกอรี่ เนื่องจาก 1.) ได้เพลงเพราะกว่า 2.) ได้ความรู้สึกหรูหรากับกล่องซีดีกระดาษแปลกๆ ที่มันไม่เหมือน jewel case ในกรณีซื้อแกรมมี่อาร์เอส ถึงแม้ว่ากล่องกระดาษนี่ล่ะตัวพังง่ายเลย

ในยุคการแข่งขันรุนแรง ตลาด premium อาจจะกว้างกว่าที่เราคิด เพียงแต่การทำของขายตลาด premium เราต้อง "คิด" อย่าง "ละเมียดละไม" จริงๆ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มีเงิน มีความต้องการที่ชัดเจน มี brand royalty สูง ขึ้นกับคนขายว่าจะทำของขายที่พิถีพิถันพอที่พวกเค้าต้องการรึเปล่า