29 October 2005

Recruit

เรื่องที่ซีเรียสมากในการทำงาน คือการรับคน mk เคยเขียนไว้เรื่องที่ว่าอย่าให้ความบ้าสถาบันมาบังตาให้เราทิ้งใบสมัครคนดีๆ ไป

แต่อีกเื่ื่รื่องที่สำคัญมากคือ คนดีๆ คนนั้นมันเหมาะแก่องค์กรณ์เรารึเปล่านี่สิ โคตรสำคัญ

เอาไอสไตน์ไปวาดรูป มันก็ไม่ต่้างอะไรจากเอามือสมัครเล่นมาวาด เพราะไอนสไตน์คือนักฟิสิกส์

ตรงนี้เป็นเรื่องที่คนรับสมัครงานต้องมองให้ขาด และถ้ามองให้ขาดได้ ถือเป็นแก่นของบริษัทเลย เพราะข้อแรกคือองค์กรณ์ของเราจะไม่ต้องส่งจดหมายเสนองานออกไปมากเกินไป อย่างนั้นมันทำให้เสียภาพลักษ์บริษัทว่้าเข้าง่าย เข้าเมื่อใหร่ก็ได้

แต่อีกข้อที่สำคัญกว่าืคือการที่เราได้คนไม่ตรงงานมา มันสร้างความเสียหายให้ทั้งองค์กรณ์ และตัวพนักงานเอง เพราะส่วนตัวพนักงานก็ไม่มีความสุข สักพักมันลาออก งานสะดุดเข้าไปอีก

เรื่องของการรับคนให้ตรงงาน เรื่องที่่ง่ายที่สุด และทำกันไม่ค่อยได้คือ การเขียนคำอธิบา่ยงานให้ดีๆ สื่อถึงงานที่จะให้คนเข้ามาทำได้อย่างแม่นยำ ลองนึกถึงโฆษณารับสมัครงานที่เจอได้ทั่วไป

ตำแหน่ง โปรแกรมเมอร์
คุณสมบัติ C/C++, Java, JSP, C#, VB, J2EE, PHP, SQL, Oracle, MySQL, ตามด้วยรายชื่อภาษาโปรแกรมมิ่งอีกประมาณสามร้อยภาษาทั่วโลก
อื่นๆ มีความคิดสร้างสรรค์, ทำงานเป็นทีม, มนุษย์สัมพันธ์ดี, ชอบเรียนรู้ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ

อ่านแล้วทำให้ผมนึกถึงเรื่องโฆษณาสมัครงานโปรแกรมเมอร์จาวาประสบการณ์ 5 ปี ในสมัยที่จาวาเกิดมาบนโลกได้สามปี

เตือนตัวเองไว้ เผื่อวันนึกอยากเปิดแกลเลอรี่ภาพวาด อย่าไปรับสมัครไอนสไตน์ เพียงเพราะไอคิวสูง

27 October 2005

Speed

ทำงานในหน่วยงานราชการ เลยรู้ว่า speed เป็นเรื่องสำคัญ

ในภาวะที่ทุกคนในตลาดทำงานชนิดเดียวกันได้ ตัวชี้วัดว่าใครจะอยู่ใครจะไป มีสองอย่าง
  1. style - ตัวอย่างมีคำเดียวว่า Apple โปรแกรมแบบเดียวกัน ลูกค้าย่อมซื้ออันที่สวยกว่า เรื่องนี้ไว้ว่ากันวันหลัง
  2. speed - ขายก่อน กำไรก่อน ปิดช่องทางคู่แข่ง (มีข้อแม้เล็กๆ ว่าของขายต้องดีกว่าด้วย ถ้าดีกว่าและเร็วกว่าก็แทบจะปิดประตูแพ้)
ตอนทำ Blognone จากคิดจนถึงไซต์อัพขึ้นมา ใช้เวลา 3 วัน แต่ตอนนี้งานกระจอกในออฟฟิศบางอัน ใช้เวลาเป็นเดือน ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเค้าถึงส่งเสริมให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจ

คิดว่าถ้าคนในองค์กรจะทำงานแบบ speed ได้ จะต้องขึ้นอยู่กับสร้าง passion ให้ได้แค่ไหน ซึ่งมันไปพ่วงกับการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน การออกกฎเกณฑ์บางอย่างที่ไม่ให้ผลทางตรง แต่ให้ผลทางอ้อมกับการสร้าง passion ไว้มาเขียนต่อ

Location

มีข่าวแว่วมาว่าจะได้ย้ายออฟฟิศ สาเหตุก็เดิมๆ คือ คนเยอะเกินกว่าที่ออฟฟิศเดิมจะรับไหว จึงต้องเกิดการ split คนจำนวนหนึ่งออกไป ซึ่งนโยบายคือ developer ออกไป เพราะเป็นหน่วยงาน research ที่ไม่จำเป็นต้องนั่งที่สำนักงานเดิม ติดต่องานภายนอก

ได้ย้ายไปตึกใหม่หรูๆ มันก็โอเค แต่ถ้ามามองว่าเป็นองค์กรของเราบ้างล่ะ

เป็นที่รู้กันตั้งกะ ป.4 ที่เข้าค่ายลูกเสือครั้งแรก ว่าการเอาคนไปคลุกคลีอยู่ด้วยกันเป็นวิธีที่ดีในการเชื่อมความสัมพันธ์ อย่างน้อยทุกคนน่าจะเห็นด้วยว่า ถ้าคนในองค์กรสนิทสนมกันแล้ว การทำงานมันจะราบรื่นกว่า บรรยากาศในการทำงานย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

แน่นอนว่าปัญหาคนล้นที่ เบียดกันตาย มันย่อมมีเข้าซักวัน ถ้าองค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้น เราจะทำยังไงดี
  1. พยายามหยุดยั้งจำนวนคนที่เพิ่มให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ คือเมื่อคนเยอะอยู่ตัวแล้วต้อง freeze ส่วนประสิทธิภาพในการทำงานนั้น เอาเทคโนโลยีมาช่วยแทน คนเยอะไม่ได้แปลว่าจะเก่งกว่าเสมอไป
  2. ถ้าทำข้อ 1 แล้วยังแก้ไม่ได้จริงๆ มีวิธีรับสภาพ 1 องค์กร 2 ออฟฟิศอย่างไร? โดยมีข้อแม้ว่าประสิทธิภาพในการทำงาน (โดยเฉพาะการสื่อสาร) ยังคงอยู่

17 October 2005

สวัสดิการ

จาก http://googletooth.blogspot.com/
Google จ้างหมอฟันมานั่งประจำ

เลยคิดได้ว่าเรื่องสวัสดิการก็สำคัญกับบริษัทมาก นอกจากสวัสดิการทั่วไปตามกฎหมายแล้ว เราน่าจะมีอะไรเจ๋งๆ มาดึงดูดพนักงานมั่ง

Google จ้างหมอฟัน บริษัท Just Company (ชื่อชั่วคราว) จะจ้างหมอ.........

ที่พอคิดออกก็
  • กาแฟฟรี อันนี้ธรรมดาบริษัทไหนก็มี น่าจะมีกาแฟสดฟรีนะ
  • โค้กฟรี ก็ธรรมดาสำหรับบริษัทคอม เดี๋ยวนี้คงต้องมีตู้ชาเขียวฟรีด้วย จะล้างผลาญรึเปล่าไม่รุ
  • Google มีข้าวเที่ยงฟรี บริษัทใหญ่ขนาดนั้นคงทำได้ แต่ถ้าเราทำ มันคงเบื่อตายพอดี ไว้มีพนักงาน 500 คนแล้วค่อยว่ากัน
  • นวดฟรี อย่าคิดลึกนะครับ สนับสนุนนวดแผนไทย มันคงดูเท่ดีนะ (แต่ถ้านวดแบบนั้นฟรี รับรองคนสมัครเป็นแสน)
  • เชิญดารามาเยี่ยมบริษัทบ่อยๆ ต้องมีเส้นสายพอควร แต่ก็เข้าท่า (เชิญ Buzz music อะไรงี้)
  • มีห้องเล่นเกม ถ้าผมเป็นประธานบริษัทจริง จะบริจาค Revolution 1 เครื่อง
  • ห้องอ่านหนังสือ - ไม่มีบางกอกโพสต์ แต่มี FHM และอื่นๆ ที่ไม่ผิดกฎหมาย (ห้ามยืมกลับบ้านด้วย) หนังสือยอดฮิตแบบ Boom นี่รับอยู่แล้ว
  • เรื่องเลิกงาน เขียนไปแล้ว
  • เลี้ยงขนมบ่อยๆ ท่าทางบริษัทเราคงมีแต่ผู้ชาย คงต้องเลี้ยงอะไรที่ผู้ชายมันไม่ค่อยได้กิน เช่น เค้กก้อนละ 80 บาทพวกนี้
  • อยากให้มีไลบรารีกลางสำหรับ MP3 แบบว่าเอาของทุกคนมารวมกันแล้วเก็บใน Storage server แต่โดนจับแหงๆ เลยว่ะ เพลงมี corporate license มั้ยเนี่ย
  • กิจกรรมประจำปี คงมีอยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้มันมีเบๆ อย่างพาไปทะเล กีฬาสี เห็นเว็บ f0nt.com เค้าพาไปวัดพระแก้ว ไอเดียบรรเจิดดี เราจะพาไปวัดโพ
  • นึกไม่ออกละ

04 October 2005

PR

วันก่อนมีคุณนักข่าวมาหา เค้าถามว่า หน่วยงานมีคนทั้งหมดกี่คน
เลยตอบๆ ไป คิดว่า 50-60 คนมั้ง

เจอบอสดุเลย

บอกว่าถ้าคุณ "คิดว่า" ก็อย่าตอบ ตัวเลขอย่างเป็นทางการให้ไปถาม PR เอา อย่าไปตอบซี้ซั้วะ

อืม มันก็จริงนะ มืออาชีพมันต้องมืออาชีพตั้งกะหัวจรดเท้า มันวัดกันที่เรื่องเล็กๆ แบบนี้ล่ะ