28 June 2005

ค่าตอบแทน

เรื่องหนึ่งในการทำงานคือเรื่องของการดึงคนระดับสุดยอดไว้กับเราใ้ห้ได้มากที่สุด ปัญหาเรื่องการเก็บยอดฝีมือไว้กับองค์กรณ์คงเป็นเรื่องชวนปวดหัวกันในระดับโลก เพราะแม้แต่ไมโครซอฟท์เองก็เจอปัญหานี้

มีความพยายามแก้ปัญหานี้กันตลอดมา ตั้งแต่เรื่องของการเพิ่มเงินตอบแทนให้มากขึ้น สร้างบรรยากาศการทำงาน สวัสดิการแปลกๆ เช่น โค้กฟรี กาแฟฟรี ป๊อกกี้ฟรี รักษาพยาบาลฟรี ไปจนมีกองทุนเลี้ยงชีพ เงินช่วยแต่งงาน เพิ่มวันลา ฯลฯ

......แต่สุดท้าย... .. คนก็ยังออก............

เป็นหลักพื้นฐานของทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่าเมื่อผู้บริโภคได้รับสินค้าใดมากขึ้นเรื่อยๆ ความพึงพอใจของเขาต่อสินค้านั้นจะลดลงเรื่อยๆ

...เงินก็เช่นกัน...

ต่อให้เสนอเงินต่อพนักงานมากสักเพียงไร ถึงจุดหนึ่งแล้ว เงินที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้สร้างความซื่อสัตย์ต่อองค์กรณ์ของเขาเพิ่มขึ้นเลย ผมนั่งนึกว่ามันจะมีทางไหมที่จะรักษาคนระดับสุดยอด ใ้ห้อยู่กับเราชนิดที่ว่าอยู่กันไปตลอดชีวิต

.....ผมนึกถึงสถานศึกษา.....

ผมเห็นอาจารย์หลายคน ล้วนแต่อยู่ในระดับที่บอกได้ว่าสุดยอดกันทั้งนั้น แต่เขาก็ยินดีที่จะอยู่กินเงินเดือนน้อยกว่าผมเสียอีก เพราะอะไรเขาถึงอยู่?

ผมเชื่อว่าเป็นเพราะเวลา ที่ซื้อพวกเขาไว้ ด้วยการจ่ายเงินเดืิอนในระดับต่ำแต่ให้เวลาอย่างมากมาย เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถสร้างโอกาสเพิ่มเติมให้กับตัวเองได้อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นด้านโอกาสในการหารายได้เพิ่มเติม หรือการเปิดโอกาสให้เขาได้ไปพัฒนาตัวเอง ไปเที่ยว ไปอยู่กับครอบครัว ไปจีบหญิง ฯลฯ

ผมฝันถึงบริษัทที่เวลาทำงานลดลงเรื่อยๆ ตามอายุงาน ผมเข้าไปครั้งแรก อาจจะเป็นมนุษย์เงินเดือนตามปรกติ หนึ่งปีผ่านไป บริษัทให้เวลาว่างผมสองวันต่อเดือน ปีที่สามผมเลิกงานเร็วขึ้นวันละชั่วโมง พร้อมๆ กับความสุดยอดที่มากขึ้น การเทรนที่มากขึ้น ผมกลับมีเวลามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเงินเดือนอยู่ในระดับที่พอแข่งขันได้เ่ท่านั้น


เมื่อผมทำงานไปสิบปี ผมอาจจะต้องเข้าบริษัทแค่วันละเจ็ดชั่วโมง สิบวันต่อเดือน เงินเดือนอาจจะต่ำที่สุดในบรรดาคนมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเฉพาะทางสิบปี

.....แต่บริษัทจะซื้อผมได้ด้วยเวลา.....

เวลาว่างไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาว่าง บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอตัวรับงานพิเศษ พร้อมๆกับเปิดโอกาสให้ไปรับงานข้างนอกได้ โดยอาจจะห้ามเฉพาะบริษัทคู่แข่งโดยตรง ในวันว่างของเขา หรือถ้าเขาจะไปสอบใบรับรองเพิ่มเติม ก็เรื่องของเขา จะไปปนั่งอ่านนิยาย ดูหนัง นอน เขียนโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส เชิญตามสบาย....

ผมเชื่อว่านี่เป็นการสร้างความสมดุลเพื่อให้พนักงานได้รับความพึงพอใจสูงสุด ด้วยการเปิดโอกาสให้เขาสามารถบริหารเวลาของเขาเองได้


นี่อาจจะเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการสร้างบริษัทระดับสุดยอดในฝันของผมก็เป็นได้.....

5 comments:

Mk said...

ต้องมีเงื่อนไขก่อนว่าแต่งงานแล้วจะให้เวลาเพิ่มขึ้น ไม่งั้นหนุ่มโสดว่างไม่รู้จะไปทำอะไร

ม่อน said...

หนุ่มโสด ก็เอาเวลาไปจีบสาว
เทคแคร์ แฟนไง เดี๊ยวอกหัก
ไม่เป็นอันทำงาน

Ko Saipetch said...

Hi, you might find postings in http://www.joelonsoftware.com/ useful for your future company.

You sounds like a very enlightened young man. Best wishes.

polawat phetra said...

มีอยู่ช่วง สมัยยังทำงานอยู่
ได้ไฟเขียวจากเจ้านาย
มีนโยบายลางานปีละ 3 เดือน
ไปหาประสบการณ์ชีวิต
(ไม่ได้ให้ทุกคนนะ
เฉพาะคนที่ลาไปแล้วได้เรื่องได้ราว
ส่วนตัวผมนี่ เวลาลาแต่ละครั้ง
จะเกิด paradiam shift
เขาก็เลยอนุญาติ)

แต่ทำจริง ก็ลาแค่ไม่กี่ครั้ง
ครั้งแรก ลาเกือบ 5 เดือน
เว้นไป 3 ปีก็เริ่มลาครั้งที่สอง คราวนี้ 6 เดือน
เว้นไปอีก 2 ปี ก็ลาครั้งที่สาม
คราวนี้เหลือแค่ 2 อาทิตย์

ส่วนช่วงนี้อยู่ในระหว่างลาอยู่เหมือนกัน
ลาไว้ 3 ปี (ไม่ได้ล้อเล่นนะ เรื่องจริง)
พักงานอยู่บ้านเลี้ยงลูก
เหลือเข้า office 2 วันวันละ 4 ชั่วโมง

ปล.
ส่วนเรื่องที่บอกว่าเปิดโอกาสให้ทำงานนอกได้ด้วย
อันนี้ไม่ค่อยเห็นด้วยนะ
เพราะสมาธิที่ทำงานใน มันจะเสียไป

Google Page Rank 6 said...

Want more clicks to your Adsense Ads on your Blog?

Then you have to check out my blog. I have found a FREE and Legitimate way that will increase your earnings.

Come Check us out. How to Boost Your AdSense Revenue