05 May 2005

New Era - New Way of Work#02 - Work@Home

การที่เราขจัดปัญหาการสื่อสารออกไปได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธิการใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราจะได้ตามมาในทุกวันนี้ คือ การลดความต้องการพื้นที่ในการทำงาน อย่างที่เล่าให้ฟังไปในตอนที่แล้วว่าเพื่อให้การสื่อสารเกิดขึ้นได้ดี เราต้องจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมหาศาล แนวคิดองค์กรณ์ยุคใหม่ ควรลดค่าใช้จ่ายตรงนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เนื่องจากมันเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายแล้วหมดไปทันที และยิ่งกว่านั้น มันยังเป็นค่าใช้จ่ายผูกพัน ลองนึกถึงสัญญาเช่าพื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นอีกสักสิบตารางเมตร ตารางเมตรละ 400 นั่นคือเดือนละสี่พัน คุณจ่ายไปโดยยังหาเสียเวลาตกแต่ง พร้อมกับหาหนักงานมานั่งอีกเดือน ขณะเดียวกันคุณก็เซ็นสัญญาเช่าเป็นเวลาหนึ่งปี

การทำภาระผูกพันเหล่านี้ทำลายความสามารถในการปรับกลยุทธ์ขององค์กรณ์ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อองค์กรณ์เติบโตด้วยความเร็วสูง ภาระผูกพันเหล่านี้จะเป็นสัญญาณอันตรายกับองค์กรณ์แทบทั้งสิ้น หากบริษัทของคุณเติบโตสูงมาก พนักงานจากสิบคนเพิ่มขึ้นเป็นนร้่อยคน การเพิ่มค่าเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่ ฯลฯ จะเพิ่มภาระผูกพันที่ไม่จำเป็นให้กับองค์กรณ์มหาศาล ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมันก็ไม่มีผลเสียอะไรมาก หากไม่เกิดวิกฤติกับองค์กรณ์

หากใครเคยได้อ่าน Only the Paranoid Survive จะได้รับแนวคิดมาอย่างหนึ่ง คือ ธุรกิจทุกอย่างนั้น ต้องพบภาวะวิกฤติใหญ่หลวงเสมอๆ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง โดยผู้เขียนเรียกช่วงเวลานั้นว่า 10X

10X คือจุดวัดความสามารถในการดำรงค์อยู่ขององค์กรณ์ มันเป็นเรื่องง่ายที่มีคนๆ หนึ่งคิดสินค้าเจ๋งๆ ออกมาได้ แล้วขายดี เขาเพิ่มกำลังผลิต เพิ่มพนักงาน สร้างตึกออฟฟิศใหม่ ทันใดนั้นก็เกิดวิกฤติ วิกฤตินี้เองจะกวาดล้างเอาองค์กรณ์ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ออกไปจากตลาด และแบ่งส่วนแบ่งที่เหลือให้กับผู้อยู่รอด การอยู่รอดต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่การเติบโต

การสื่อสารที่ดี ช่วยให้องค์กรณ์เพิ่มความสามารถในการรับมือวิกฤติได้ดีขึ้นมหาศาล ผมกำลังวาดภาพถึงบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง ที่พนักงานทุกคนเชื่อมต่อถึงกันด้วยเครือข่าย GPRS/EDGE ทุกคนสื่อสารกันได้ไม่ว่าอยู่ที่ใด เครือข่าย VPN ทำให้ทุกคนเข้าถึงทรัพยากรณ์ในบริษัทได้เหมือนนั่งออฟฟิศ ทุกคนออนไลน์เครือข่าย IM ภายในของบริษัทด้วยโปรแกรม Jabber โดยมีข้อบังคับเพียงว่าต้องออนไลน์ตั้งแต่ บ่ายโมงถึงสี่โมงเย็นเท่านั้น ทุกคนเขียน Blog ภายในบริษัท ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องส่วนตัวไปจนถึงเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวนั้น บริษัทลงทุนให้ในการสร้างเว็บให้กับโลกภายนอก ส่วนเรื่องงานนั้นเข้าถึงได้จาก Intranet เท่านนั้น

วงรอบการทำงานของบริษัทจะต่างออกไปจากบริษัทเดิมๆ ที่เคยมีมา

แปดโมงเช้า ท่านประธาน กับเลขา และประชาสัมพันธ์เข้าทำงานในออฟฟิศขนาด 7 x 7 เมตรใจกลางเมือง ทั้งออฟฟิศมีเพียงโต๊ะรับรองและห้องประชุมเท่านั้นเอง คนเข้าทำงานในบริษัทไม่เคยเกินสิบคนต่อวัน

แปดโมงครึ่ง ประธานเปิดโปรแกรม RSS Reader มันแสดงรายการ Blog ที่เกี่ยวกับงานของพนักงานทั้งสองร้อยคนขึ้นมา โดยเรียงตามตำแหน่งของผู้เขียน ประธานเลือกอ่านเฉพาะที่ผู้เขียนเป็นผู้จัดการขึ้นไปซึ่งมีเพียง ยี่สิบคน

เก้าโมง ผู้จัดการคนหนึ่งของบริษัทออกจากบ้าน ตรงไปหาลูกค้า เขาเปิดโน๊ตบุ๊ตเพื่อพูดคุยกับลูกน้องถึงกลยุทธ์ในการดึงลูกค้าคนนี้เข้ามา ขณะนั้นเซลล์ที่เป็นลูกน้องของเขาเพิ่งตื่น และคุยกันผ่านจากโปรแกรม Jabber จากที่บ้าน

สิบโมง การประชุมกับลูกค้าเริ่มต้นขึ้น โปรแกรมเมอร์คนแรกของบริษัทตื่นขึ้นมา เขาอ่าน Blog ของเพื่อนร่วมทีมทันที และพบว่าโมดูลของเพื่อนคนหนึ่งเสร็จเร็วกว่ากำหนด และได้ Commit เข้า CVS ไปแ้ล้ว เขาจึง Check Out โมดูลนั้นออกมา แล้วเริ่มเีขียนส่วนต่อไปทันที

บ่ายสอง ผู้จัดการคนเดิมแจ้งข่าวว่าได้รับงานจากลูกค้าแล้ว และขอให้กันโปรแกรมเมอร์จำนวนสิบคนเพื่อรับงานใหม่ โปรแกรมเมอร์จำนวนร้อยห้าสิบคนของบริษัทที่กำลังทำงานอื่นอยู่ หากคิดว่างานของตนใกล้เสร็จแล้ว และสนใจจะทำงานนี้ สามารถคลิกแจ้งระบบเพื่อรับงานไ้ด้ทันที

สี่โมง ทีม Program01 ถ่ายทอดการออกแบบโปรแกรมที่เพิ่งคุย Requirement จากลูกค้าเสร็จ เพื่อให้โปรแกรมเมอร์ในทีมได้รู้งานของตน มีการสอบถามสดผ่านทางโปรแกรม Jabber หร้อมกับเก็บการถ่ายถอดไว้ใน Media Server ของบริษัท ห้าโมง ประธานและพนักงานในออฟฟิศทั้งหมดกลับบ้าน

ตีสาม โปรแกรมเมอร์คนสุดท้ายของบริษัทหลับ.....

สองปีผ่านไป บริษัทขยายขนาดเป็น สี่ร้อยคน ส่วนออฟฟิศนั้นขยายขนาดขึ้นเป็น 7x14 เมตร เพราะเช่าห้องข้างๆ มา เพื่อเป็นห้องประชุมเพิ่มเติม และห้อง Server ที่ย้ายมาจากเดิมที่ Co-Location กับ ISP แห่งหนึ่ง ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีทางที่พนักงานทั้งหมดจะยัดเข้าไปในออฟฟิศของบริษัทได้เลย

พนักงานที่เพิ่มขึ้นกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ใครจะรู้ได้ว่าโปรแกรมเมอร์คนไหนเขียนโปรแกรมอยู่บนดอยอ่างขาง หรือกลางหมู่เกาะสุรินทร์ หรือคนไหนหนีไปเที่ยวฮ่องกง?

พนักงานที่ทำงานใออฟฟิศยังคงมีจำนวนเท่าเดิมจากสองปีก่อน......

3 comments:

ABZee said...

ผมว่าการติดต่อระหว่างบุคคลยังจำเป็นอยู่นะครับ
ในการประชุมกลุ่มย่อย ถ้าใช้ jabber มาช่วย อาจเสียเวลามากกว่าที่ควรก็ได้

MangMug The Bomm said...

การติดต่อกับบุคคลก็ยังจำเป็นครับ
ผมชอบที่จะเดินไปคุยกับเพื่อนร่วมงาน มากกว่าที่จะหยิบโทรศัพท์หมุนเบอร์ภายในไปหา
และก็ชอบที่จะโทรศัพท์ไปหาเพื่อนร่วมงาน มากกว่าจะส่งอีเมล์สั้นๆไปสั่งงาน
ชอบที่จะได้เห็นหน้า และอ่านความรู้สึกของเค้าต่อสิ่งที่เรานำเสนอหรือขอร้อง และแม้แต่กระทั่งเวลาสอบถาม

แต่ระบบแบบนี้ก็ดีนะครับ ผมเองก็ชอบเหมือนกัน คุณเป็นคนที่คิดและเขียนอะไรได้น่าสนใจมาก

Wiennat said...

การเจอหน้า นอกจากจะเป็นการสื่อสารแล้ว ยังเป็นการ"กระตุ้น"การทำงานด้วย