08 May 2005

Documentation

อ่านคอมเมนต์ของ ABZee (ทำไมมึงไม่ตั้งชื่อให้มันเรียกง่ายๆ วะ) เรื่องว่าการประชุมแบบต่อหน้ายังสำคัญอยู่ ถ้าใช้ Jabber นี่อาจเสียเวลากว่ามากได้

ตอบได้เลยว่าจริง แค่นัดเพื่อนสามคนใน Msn ว่าจะไปกินข้าวไหนกัน ชั่วโมงนึงยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ถ้าคุยต่อหน้าคงแค่สามสี่คำเองมั้ง

แต่ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะไม่ทำ Document Automation/Workflow แล้วแต่ศัพท์จะเรียก แต่ความหมายมันเหมือนกัน คือ ทำอย่างไรเราจะทำการ Document คำพูดลมปาก คำเจรจา คำยืนยัน ในการประชุม ในการโทรศัพท์ ในเมล ที่เคยเป็นแค่คำพูดลอยๆ พูดแล้วก็หายทิ้งไปกับอากาศ ให้มันเป็นตัวหนังสือจับต้องได้ จัดเก็บได้

เหตุผลนั้นก็รู้กันอยู่ ว่าการเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบส่งผลให้สะดวกกับการค้นหาข้อมูลในภายหลัง ผลดีอื่นคือสามารถนำไป Analyze ต่อได้อีก

เรียนสายคอมพิวเตอร์มา (จริงๆ ก็ทุกสายแหละ) ทุกคนมักจะได้รับการสั่งสอนมาว่า การ Doc เก็บไว้เป็นเรื่องที่สมควร แต่สุดท้ายก็ไม่มีคนทำจริงเพราะขี้เกียจ

คำว่าขี้เกียจเป็นเหตุผลที่ดีมาก ผมเองก็เป็นคนโคตรขี้เกียจเลย (แถมขี้รำคาญอีก) เรื่องที่พูดไปแล้วตกลงกันเรียบร้อย ทำไมจะต้องมานั่งเขียนซ้ำอีก มีประโยชน์อันใด เปลืองแรงงานตาย ซึ่งทุกคนก็คงคิดเหมือนกัน

ทางแก้นั้นมีคนพบแล้ว (แค่เหลือว่าจะฝึกให้เป็นนิสัยได้รึเปล่า) นั่นก็คือ แทนที่เราจะพูดปากเปล่าแล้วมา Doc ทีหลัง ก็เปลี่ยนมาสื่อสารกันด้วยวิธีที่มัน Doc อยู่แล้วดิ จะได้ไม่ต้องทำอะไรซ้ำ Wiki, Blog, Newsgroup, Mailing list, Bugzilla ก็ถือกำเนิดมาด้วยเหตุผลอันนี้ล่ะ

แน่นอนว่าการสื่อสารแบบพบเจอหน้ายังสำคัญอยู่ มันยังมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ เช่นกริยาท่าทาง บรรยากาศ อารมณ์ ที่การสื่อสารแบบดิจิตอลทดแทนให้ไม่ได้ ประเด็นก็อยู่ที่ว่าจุดพอดีของมันอยู่ตรงไหน เราสามารถเอามันมาผสมกันได้อย่างเหมาะสมมั้ยตะหาก จุดยากอีกอันก็อย่างที่บอก เราจะฝึกการสื่อสารแบบนี้ให้เป็นนิสัย สำหรับคนทั้งองค์กรที่มีที่มาต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้ด้วยมั้ย

จบ (วันนี้ขับรถทั้งวัน เมื่อย)

No comments: