26 May 2005

ีBusiness Model

โดยทั่วไปแล้ว ถ้าตามอ่านมาตั้งแต่บทความแรกๆ จะรู้ว่าผมเทิดทูนระบบในองค์กรณ์ที่พร้อมให้องค์กรณ์เิติบโตได้มากกว่า เนื่องจากว่ามันเป็นเรื่องยาก

แต่ในความเป็นจริงแล้วแก่นของธุรกิจมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่กลับไปอยู่ที่คำถามพื้นฐา่นที่สุดว่า แล้วคุณจะขายอะไร?

ขายบะหมี่ข้างถนนธรรมดารถเข็นคันเดียว ถ้าอร่อยก็รวยได้ แต่กลับกัน หากขยายตัวกว้างไกลแบบชายสี่หมี่เกี้ยว แล้วคุมไม่อยู่หรือไม่อร่อยก็เจ๊งอยู่ดี

ตรงนี้ผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กูเกิลเติบโตมาได้เลยล่ะ ในวันที่เว็บทั้งหลายรังแต่จะเสนอพื้นที่บนหน้าจอคนอ่านให้ลูกค้ากันมากๆ กูเกินเดินมาแล้วบอกว่า เราให้คุณแค่ตัวอักษรไม่ถึงร้อยตัว แต่ผลกลับตรงข้าม เมื่อสมัยแรกๆ นั้นผมอ่านโฆษณาบนกูเกิลโดยไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่านั่นเป็นโฆษณา ผลตอบรับของมันช่างดีเยี่ยมจนน่าสงสัยว่ามันคิดได้ยังไง....

เราไม่ต้องมีแนวคิดทางธุรกิจใหม่เแกะกล่องเสมอไปในการที่จะประสบความสำเร็จ หลายๆ ครั้งแล้วการเลียนแบบบางส่วน พร้อมกับเอาความพร้อมที่เราเหนือกว่าใส่ลงไป เอาความชำนาญพื้นที่ หรือตลาดบางส่วน กระทั่งเทคโนโลยีที่คู่แ่ข่งไม่สามารถเข้าถึงได้มาเป็นอาวุธให้เราฆ่าคู่แข่งก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นตอนนี้ที่ Hutch ถือเทคโนโลยี CDMA1x อยู่ เล่นเอาใครที่อยากเล่นเน็ตความเร็วสูงผ่านมือถือต้องไปอยู่กับ Hutch กันหมด เพราะโมเด็มแค่ตัวละหกพัน.... หรือทรูนั้นเล่าก็อาศัยเครือข่ายโทรศัพท์ของตัวเองมาใช้เป็นเครื่องมือในการบุกตลาดอินเทอร์เน็ต

ความชำนาญเฉพาะด้าน ทำให้เราได้เปรียบมหาศาล เช่นตัวผมเองที่อยู่เกษตรมาสี่ปี จบมาก็รู้อยู่แก่ใจเลยว่าพื้นที่ตรงไหนบ้างที่มีศักยภาพในการเปิดร้านเช่าหนังสือ หรือด้านทำเว็บล่ะ ผมก็รู้ดีว่าเว็บแนวไหนที่น่าจะทำให้ของขายง่ายกว่า หรืออุปสรรค์สำคัญของ e-Commerce เมืองไทยคืออะไร

เหล่านี้ที่ยกมาข้างตน เป็นเรื่องแรกที่ต้องคิดก่อนเลย วอร์เรนต์ บัฟเฟต ระบุไว้เลยว่าอย่าลงทุนในธุรกิจที่คุณไม่เข้าใจตลาดพอ นี่เป็นเหตุผลให้เขาไม่ลุยไปกับกระแสดอทคอม (แต่ก็ยังรวยโคตร...) คุณต้องเข้าใจหนังการง่ายๆ ว่าคุณจะขายอะไร และใครจะซื้อของคุณ แน่นอนว่าก่อนเริ่มทำธุรกิจ การคิดโมเดลธุรกิจไว้มากๆ เป็นแนวคิดที่ดี ทดสอบธุรกิจใกล้เคียงกัน ทำ SWOT Analysis ซักหน่อย แล้วจึงค่อยเลือกอันที่มีความเสี่ยงต่ำสุด

เกิดความบ้าอยากทำธุรกิจ ต้องเขียนเตือนตัวเองไว้.....

No comments: