26 May 2005

การนำเสนอ

เมื่อวานไปสัมนา Thai Linux & XML Community ที่ SWPark มา วิทยากรสามคน เห็นข้อแตกต่างกันชัดเจน

คนที่สองคือคุณดนุพล สยามวาลา เจ้าของ Ice Solution ฟังพี่แกพรีเซนต์มาหลายรอบ เค้าเป็นคนรู้เยอะ แถมมีลีลาในการนำเสนอดี ฟังทีไรก็สนุก

ส่วนคนที่สามคือคุณอะไรไม่รู้ จาก ThaiXML แบบว่าห่วยอะ รู้เยอะก้จริงแต่วิธีการนำเสนอไม่ดี ความประทับใจแรกพบมันก็ติดลบอะดิ นี่ยังดีฟังเป็นความรู้ฟรีๆ ไม่เสียผลประโยชน์อะไร แต่ลองคิดในกรณีไปบรีฟให้ลูกค้าฟัง ในงานที่ต้องการการแข่งขันสูงแล้วล่ะก็ ไม่รอดแน่ๆ

ความสามารถในการพรีเซนต์เป็นคุณสมบัติมาตรฐานที่คนในองค์กรของผม (ถ้ามีนะ) ต้องมี เน้นว่าต้องมี เพราะผมรู้ดีว่าเรื่องพวกนี้มันฝึกกันได้ ขอเพียงเราเห็นความสำคัญ

ตอนเรียนผมสอนหนังสือหน้าคลาสใหญ่ (300+) มาตลอด และเชื่อว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก อย่างน้อยความคิดเราเป็นระเบียบ การเชื่อมโยงในหัวเป็นเรื่องเป็นราว มีความสามารถในการถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการกับคนอื่นได้ ดังนั้นถ้าผมทำได้ คนอื่นก็ต้องทำได้ด้วย คือถ้ารับเข้ามาก็คงต้องจับเทรนเรื่องพรีเซนต์จริงจังกันซักสามสี่วันเลยล่ะ
  • สไลด์: จุดประสงค์ของสไลด์หรือพรีเซนเตชัน ก็คือการบอกว่า เรื่องนี้คืออะไร (จำกัดความ) มีความน่าสนใจแค่ไหน (เปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือตัวอื่นๆ) และถ้าสนใจเพิ่มเติม สามารถหาข้อมูลได้แถวไหน (เว็บลิงก์ หรือคีย์เวิร์ดสำคัญ ให้คนไปกูเกิลได้) เท่านั้น ซึ่งมีคนจำนวนมากคิดว่ามันคือ Text Document ที่ดันอยู่ในแนวนอน แล้วก็พยายามก็อปเอกสารทั้งหน้า หรือข้อความเป็นพรืดใส่ลงไป
  • ที่คิดไว้ในใจ สไลด์หน้านึงยาวได้แค่ 8 บรรทัดเท่านั้น นั่นหมายถึง Bullet 4 อันต่อหน้า (พร้อมคำอธิบาย Bullet ละบรรทัด) ความยาวนั้นไม่ตายตัว แต่เรื่องทั่วๆ ไปก็ไม่น่าจะเกิน 20 แผ่นโดยประมาณ ถ้ายาวกว่านั้นแสดงว่าคุณมีปัญหาในการย่อใจความสำคัญแล้ว
  • ผมให้ความสำคัญกับหน้าตาของสไลด์ค่อนข้างมาก ถึงทุกคนจะไม่สามารถ"ทำ"สไลด์ให้สวยเท่ากันได้ แต่ทุกคนสามารถ"มี"สไดล์ที่สวยเหมือนกันได้ ถ้าดูการพรีเซนต์ของคนในบริษัทใหญ่ๆ อย่าง IBM/Sun จะเห็นว่าสไลด์ดูมืออาชีพกว่าพวกบริษัท SME จอกๆ ที่เราไม่อยากเป็น เรื่องพวกนี้มันเตรียมการกันได้ถ้าคุณเอาใจใส่ จ้างอาร์ตติสก์เขียน Template บริษัทนี่ก็ไม่กี่ตัง แถมยังเกี่ยวพันไปถึง Corporate Identity ที่ต้องทำให้ครบทุกสื่อที่ออกไปอีก
  • ตาราง ชาร์ตต่างๆ สามารถแต่งให้มันดูดีได้ ห้ามมีตารางแบบที่เป็นสาวออฟฟิศหัดเล่น PPT หรือฟอนต์สีรุ้งที่พวกข้าราชการชอบทำใน Word Art โผล่มาเด็ดขาด
  • สิ่งที่ต้องมี คือ ชื่อสไลด์, โอกาสที่มาพรีเซนต์พร้อมลงวันที่, ชื่อคนเขียนพร้อมเมลที่ติดต่อได้, ไลเซนส์ของสไลด์ (ไม่แน่ใจว่า Creative Commons จะเหมาะกับงานเอกสารภายในรึเปล่า) ที่สำคัญคือก่อนคุณพูด คุณต้องมี Archive ของสไลด์นั้นเก็บไว้บนเว็บก่อนพูดเสมอ เพื่อว่าลูกค้า (หรือผู้ที่สนใจ) จะได้ไม่ต้องมาถามถึงอยู่ตลอดว่ามีสไลด์ให้โหลดมั้ย การทำ Archive อาจเป็นของรวมของบริษัทที่เป็นเรื่องเป็นราว แยกคนเขียน แยกวันเวลาชัดเจน
  • สิ่งที่ไม่ควรมีคือหน้า Question? ในแผ่นสุดท้าย ลาวมาก
  • บุคคลิกในการพรีเซนต์เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเกลา บางคนจะมีคำพูดเกะกะที่ติดปากเวลาตื่นเต้น เช่น ก็ นะครับ ดังนั้น etc. ต้องคอยสังเกตและปรับปรุงตอนเทรน
  • ผมแนะนำให้ยืนพรีเซนต์ดีกว่านั่งพรีเซนต์ มันดู Active กว่า และสามารถเล่นท่าทางได้มากกว่า แต่ต้องระวังเคสการยืนบังสไลด์ตัวเองในห้องเล็กๆ และลีลาท่าทางในการยืนด้วย
  • ออกจะลำเอียงไปเล็กน้อย แต่ว่าเอกสารนำเสนอไม่ค่อยมีบทบาทในการแลกเปลี่ยนไฟล์เท่า Text Document ดังนั้นเราควรจะทำเป็น OpenDocument ให้หมด (พร้อมเวอร์ชัน PDF)
  • อีกอย่างที่สำคัญคือหน้าจอ Notebook ของผู้พูดต้องดูอินเตอร์ด้วย ถ้าเอาขึ้นจอใหญ่ดันมีโปรแกรมไม่มี License หรือไฟล์หนังโป๊โผล่มานี่คงอายตาย อย่างน้อยถ้าพูดในนามบริษัท Wallpaper ของโน้ตบุ้คก็ไม่ควรเป็นรูปดารา (ถ้าพูดส่วนตัวมันก็อีกกรณีนึง)
  • เขียนมาถึงตรงนี้ดูเหมือนจะละเอียดไป แต่คิดว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ล่ะ ที่ทำให้บริษัทๆ นึงยังเป็นลูกเต่าต่อไปอีกสิบปี หรือก้าวไปเบียดกับยักษ์ๆ ทั้งหลายได้ มันอยู่ที่ความใส่ใจมากกว่า

4 comments:

Lew said...

กูชอบหน้า Q&A ว่ะ ที่ว่างเยอะดี ทำสวยๆ

เวลาถามตอบแล้วต้องปิดจอมันดูไม่เท่ห์ชอบกล

แต่เวลา UpLoad PDF ก็ควรเอาออกก็จะดูดีขึ้นนะ แต่เวลาสอนเด็กไม่เคยทำว่ะ..

Wiennat said...

ตอนผมทำสไลด์ ผมใส่ Q&A เหมือนกันนะ แต่ว่าใส่เป็นที่ติดต่อผมแทน ระหว่างนั้นก็ถามตอบไปด้วย

น่าจะไม่ลาวนะ
ปล. "ห้ามมีตารางแบบที่เป็นสาวออฟฟิศหัดเล่น PPT หรือฟอนต์สีรุ้งที่พวกข้าราชการชอบทำใน Word Art โผล่มาเด็ดขาด" อันนี้น่าจะรวมถึงเว็บด้วยนะ

Mk said...

เว็บบริษัทยังไงต้องเป้นมืออาชีพทำอยู่แล้ว ไม่ค่อยเป็นห่วง คุมง่ายแค่จุดเดียว ในขณะที่สไลด์ต่างคนต่างทำเป็น P2P

ออกความเห็น เป็นสิทธิ said...

ทำไมต้องเป็น พวกข้าราชการชอบทำ
ด้วยครับ

ผมไม่เข้าใจ

คือผมไม่เคยทำ

และผมเป็นข้าราชการ

ผมกลับโดน "พวก" รวมเข้าไปด้วย