คนที่สองคือคุณดนุพล สยามวาลา เจ้าของ Ice Solution ฟังพี่แกพรีเซนต์มาหลายรอบ เค้าเป็นคนรู้เยอะ แถมมีลีลาในการนำเสนอดี ฟังทีไรก็สนุก
ส่วนคนที่สามคือคุณอะไรไม่รู้ จาก ThaiXML แบบว่าห่วยอะ รู้เยอะก้จริงแต่วิธีการนำเสนอไม่ดี ความประทับใจแรกพบมันก็ติดลบอะดิ นี่ยังดีฟังเป็นความรู้ฟรีๆ ไม่เสียผลประโยชน์อะไร แต่ลองคิดในกรณีไปบรีฟให้ลูกค้าฟัง ในงานที่ต้องการการแข่งขันสูงแล้วล่ะก็ ไม่รอดแน่ๆ
ความสามารถในการพรีเซนต์เป็นคุณสมบัติมาตรฐานที่คนในองค์กรของผม (ถ้ามีนะ) ต้องมี เน้นว่าต้องมี เพราะผมรู้ดีว่าเรื่องพวกนี้มันฝึกกันได้ ขอเพียงเราเห็นความสำคัญ
ตอนเรียนผมสอนหนังสือหน้าคลาสใหญ่ (300+) มาตลอด และเชื่อว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก อย่างน้อยความคิดเราเป็นระเบียบ การเชื่อมโยงในหัวเป็นเรื่องเป็นราว มีความสามารถในการถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการกับคนอื่นได้ ดังนั้นถ้าผมทำได้ คนอื่นก็ต้องทำได้ด้วย คือถ้ารับเข้ามาก็คงต้องจับเทรนเรื่องพรีเซนต์จริงจังกันซักสามสี่วันเลยล่ะ
- สไลด์: จุดประสงค์ของสไลด์หรือพรีเซนเตชัน ก็คือการบอกว่า เรื่องนี้คืออะไร (จำกัดความ) มีความน่าสนใจแค่ไหน (เปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือตัวอื่นๆ) และถ้าสนใจเพิ่มเติม สามารถหาข้อมูลได้แถวไหน (เว็บลิงก์ หรือคีย์เวิร์ดสำคัญ ให้คนไปกูเกิลได้) เท่านั้น ซึ่งมีคนจำนวนมากคิดว่ามันคือ Text Document ที่ดันอยู่ในแนวนอน แล้วก็พยายามก็อปเอกสารทั้งหน้า หรือข้อความเป็นพรืดใส่ลงไป
- ที่คิดไว้ในใจ สไลด์หน้านึงยาวได้แค่ 8 บรรทัดเท่านั้น นั่นหมายถึง Bullet 4 อันต่อหน้า (พร้อมคำอธิบาย Bullet ละบรรทัด) ความยาวนั้นไม่ตายตัว แต่เรื่องทั่วๆ ไปก็ไม่น่าจะเกิน 20 แผ่นโดยประมาณ ถ้ายาวกว่านั้นแสดงว่าคุณมีปัญหาในการย่อใจความสำคัญแล้ว
- ผมให้ความสำคัญกับหน้าตาของสไลด์ค่อนข้างมาก ถึงทุกคนจะไม่สามารถ"ทำ"สไลด์ให้สวยเท่ากันได้ แต่ทุกคนสามารถ"มี"สไดล์ที่สวยเหมือนกันได้ ถ้าดูการพรีเซนต์ของคนในบริษัทใหญ่ๆ อย่าง IBM/Sun จะเห็นว่าสไลด์ดูมืออาชีพกว่าพวกบริษัท SME จอกๆ ที่เราไม่อยากเป็น เรื่องพวกนี้มันเตรียมการกันได้ถ้าคุณเอาใจใส่ จ้างอาร์ตติสก์เขียน Template บริษัทนี่ก็ไม่กี่ตัง แถมยังเกี่ยวพันไปถึง Corporate Identity ที่ต้องทำให้ครบทุกสื่อที่ออกไปอีก
- ตาราง ชาร์ตต่างๆ สามารถแต่งให้มันดูดีได้ ห้ามมีตารางแบบที่เป็นสาวออฟฟิศหัดเล่น PPT หรือฟอนต์สีรุ้งที่พวกข้าราชการชอบทำใน Word Art โผล่มาเด็ดขาด
- สิ่งที่ต้องมี คือ ชื่อสไลด์, โอกาสที่มาพรีเซนต์พร้อมลงวันที่, ชื่อคนเขียนพร้อมเมลที่ติดต่อได้, ไลเซนส์ของสไลด์ (ไม่แน่ใจว่า Creative Commons จะเหมาะกับงานเอกสารภายในรึเปล่า) ที่สำคัญคือก่อนคุณพูด คุณต้องมี Archive ของสไลด์นั้นเก็บไว้บนเว็บก่อนพูดเสมอ เพื่อว่าลูกค้า (หรือผู้ที่สนใจ) จะได้ไม่ต้องมาถามถึงอยู่ตลอดว่ามีสไลด์ให้โหลดมั้ย การทำ Archive อาจเป็นของรวมของบริษัทที่เป็นเรื่องเป็นราว แยกคนเขียน แยกวันเวลาชัดเจน
- สิ่งที่ไม่ควรมีคือหน้า Question? ในแผ่นสุดท้าย ลาวมาก
- บุคคลิกในการพรีเซนต์เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเกลา บางคนจะมีคำพูดเกะกะที่ติดปากเวลาตื่นเต้น เช่น ก็ นะครับ ดังนั้น etc. ต้องคอยสังเกตและปรับปรุงตอนเทรน
- ผมแนะนำให้ยืนพรีเซนต์ดีกว่านั่งพรีเซนต์ มันดู Active กว่า และสามารถเล่นท่าทางได้มากกว่า แต่ต้องระวังเคสการยืนบังสไลด์ตัวเองในห้องเล็กๆ และลีลาท่าทางในการยืนด้วย
- ออกจะลำเอียงไปเล็กน้อย แต่ว่าเอกสารนำเสนอไม่ค่อยมีบทบาทในการแลกเปลี่ยนไฟล์เท่า Text Document ดังนั้นเราควรจะทำเป็น OpenDocument ให้หมด (พร้อมเวอร์ชัน PDF)
- อีกอย่างที่สำคัญคือหน้าจอ Notebook ของผู้พูดต้องดูอินเตอร์ด้วย ถ้าเอาขึ้นจอใหญ่ดันมีโปรแกรมไม่มี License หรือไฟล์หนังโป๊โผล่มานี่คงอายตาย อย่างน้อยถ้าพูดในนามบริษัท Wallpaper ของโน้ตบุ้คก็ไม่ควรเป็นรูปดารา (ถ้าพูดส่วนตัวมันก็อีกกรณีนึง)
- เขียนมาถึงตรงนี้ดูเหมือนจะละเอียดไป แต่คิดว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ล่ะ ที่ทำให้บริษัทๆ นึงยังเป็นลูกเต่าต่อไปอีกสิบปี หรือก้าวไปเบียดกับยักษ์ๆ ทั้งหลายได้ มันอยู่ที่ความใส่ใจมากกว่า
4 comments:
กูชอบหน้า Q&A ว่ะ ที่ว่างเยอะดี ทำสวยๆ
เวลาถามตอบแล้วต้องปิดจอมันดูไม่เท่ห์ชอบกล
แต่เวลา UpLoad PDF ก็ควรเอาออกก็จะดูดีขึ้นนะ แต่เวลาสอนเด็กไม่เคยทำว่ะ..
ตอนผมทำสไลด์ ผมใส่ Q&A เหมือนกันนะ แต่ว่าใส่เป็นที่ติดต่อผมแทน ระหว่างนั้นก็ถามตอบไปด้วย
น่าจะไม่ลาวนะ
ปล. "ห้ามมีตารางแบบที่เป็นสาวออฟฟิศหัดเล่น PPT หรือฟอนต์สีรุ้งที่พวกข้าราชการชอบทำใน Word Art โผล่มาเด็ดขาด" อันนี้น่าจะรวมถึงเว็บด้วยนะ
เว็บบริษัทยังไงต้องเป้นมืออาชีพทำอยู่แล้ว ไม่ค่อยเป็นห่วง คุมง่ายแค่จุดเดียว ในขณะที่สไลด์ต่างคนต่างทำเป็น P2P
ทำไมต้องเป็น พวกข้าราชการชอบทำ
ด้วยครับ
ผมไม่เข้าใจ
คือผมไม่เคยทำ
และผมเป็นข้าราชการ
ผมกลับโดน "พวก" รวมเข้าไปด้วย
Post a Comment